The Kung Fu Cult Master | ดาบมังกรหยก ตอน ประมุขพรรคมาร (1993)

The Kung Fu Cult Master | ดาบมังกรหยก ตอน ประมุขพรรคมาร (1993)

The Kung Fu Cult Master

The Kung Fu Cult Master | ดาบมังกรหยก ตอน ประมุขพรรคมาร (1993)

นักแสดงระดับตำนานอย่าง เจ็ท ลี นั้นเติบโตมาในวงการหลังรุ่นพี่อย่าง เฉิน หลง และ หลิวเต๋อหัว เขาแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการจากหนังเรื่อง Once Upon a Time in China หรือ หวงเฟยหง กับบทบาทศิษย์เอกในสำนักเส้าหลิน และเมื่อผมได้ดู หนังHD ก็พบว่าเป็นผลงานของเขาอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หนังเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า “The Kung Fu Cult Master ดาบมังกรหยก ตอน ประมุขพรรคมาร”

The Kung Fu Cult Master ภาพยนตร์จีนแนว แอคชั่น Action เขียนบทและกำกับโดย หว่อง จิง ที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง เจาะเหลี่ยมกะโหลก (1989) หรือ คนตัดคน (1989) เป็นต้น หนังเรื่องนี้พูดถึงทายาทของคู่รักจอมยุทธท่ามกลางการห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงดาบลึกลับเพื่อจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่ง จ้าวยุทธภพ 

ดาบมังกรหยก ตอน ประมุขพรรคมาร

เล่าขานกันว่าจอมยุทธก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง หล่อหลอมกระบี่เหล็กไหล ซึ่งเคยเป็นของจอมยุทธอินทรีย์เอี้ยกั้ว แยกเป็นดาบและกระบี่ กระบี่ชื่ออิงฟ้า ดาบชื่อฆ่ามังกร ซ้ำยังนำเพชรวิชาทั้งตำราพิชัยสงครามและสุดยอดวรยุทธคัมภีร์มารนพเก้าซ่อนไว้ในอาวุธทั้งสอง ผู้ใดได้ครอบครองจะถือว่าเป็น “จ้าวยุทธภพ” นับแต่นี้ ชาวยุทธไม่ว่าใคร ต่างก็พากันช่วงชิงห้ำหั่นเพื่ออาวุธล้ำค่าสองสิ่งนี้ นานเข้าจึงค่อยๆ แยกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกได้แก่ 6 สำนักใหญ่ เส้าหลิน อู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊ คุนลุน ธงธง หวอสาด โดยมีเส้าหลินเป็นผู้นำ ฝ่ายที่สอง นำโดยพรรคซึ่งแยกสาขาจากเปอร์เซีย ตั้งตนว่าเป็นพรรคจรัต แต่บรรดายชาวยุทธต่างเรียกว่า “พรรคมาร” พรรคจรัตทำงานลึกลับ ซ้ำเป็นปรปักษ์ต่อทางการ สูญกลางอยู่ที่ดอยเจิดจ้าและมี 4 ขุนพล ได้แก่ ม่วง ขาว ทอง เขียว ทั้ง 4 ฝีมือเป็นเลิศได้แก่ เจ้ามังกรแพรม่วง อินทรีย์คิ้วขาว ราชสีขนทอง และ ค้างคาวปีกเขียว เมื่อแบ่งแยกเช่นนี้ ศิษย์ทั้งสองฝ่ายหากคบกันจะมีโทษถึงตาย แต่กลับมีศิษย์คนที่ 5 ของนักพรตจาซันฟงแห่งอู๊ตึ๊งนาม เตียชุยซัว ซึ่งเป็นคนไม่ชอบกฎเกณฑ์ ไปผูกสมัครรักใคร่กับ ฮึงซู่ซู่ บุตรีอินทรีย์คิ้วขาว ทั้งยังสาบานกับราชสีขนทองเจียซุงอีกด้วย เซ่งขุน อาจารย์ของราชสีขนทองสวามิภักดิ์ราชสำนักจนฆ่าครอบครัวลูกศิษย์ทั้งหมด เจียซุงต้องการแก้แค้นเลยช่วงชิงดาบฆ่ามังกรและสังหารชาวยุทธมากมาย เตียซุยซัวและฮึงซู่ซู่ต้องการเลี่ยงการสืบสวนร่องรอยของเจียซุงจึงตัดสินใจไปอยู่ร่วมกับเจียซุงที่เกาะร้าง ตัดขาดจากความวุ่นวาย เจียซุงพยายามค้นหาความลับในดาบฆ่ามังกร แต่ทว่าเขาล้มเหลว จวบจนจางซันฟง อายุครบ 100 ปี เตียซุยซัวจึงพาลูกเมียกลับอู๊ตึ๊งเพื่ออวยพรเขา 

The Kung Fu Cult Master

เพียงแค่ก้าวเข้าสู่ยุทธภพ ครอบครัวของเตียซุยซัวก็ถูกโจมตี เหล่าจอมยุทธต้องการจะรู้ที่อยู่ของเจียซุงเพื่อไปช่วงชิงดาบฆ่ามังกร หว่อกี้ ลูกชายของเขาถูกฝ่ามือพิษบาดเจ็บหนักแต่จางซันฟงหัวหน้าสำนักอู๊ตึ๊งมาช่วยเหลือเสียก่อน เพียงชั่วพริบตา เหล่าจอมยุทธทั้ง 2 ฝ่ายล้วนเดินทางมาที่สำนักอู๊ตึ๊งด้วยความเคียดแค้น เตียซุยซัวจึงยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อยุติความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นของสำนักทั้ง 2 ฝ่าย ฮึงซู่ซู่ ใช้เล่ห์เหลี่ยมแสร้งไปกระซิบบอกที่อยู่ของเจียซุงให้กับหัวหน้าสำนักง้อไบ๊ แล้วปลิดชีพตัวเองหลังจากนั้น ทั้งคู่ทำสิ่งนี้ก็เพื่อไม่ให้ผู้ใดมารังควานลูกชายของพวกเขา ส่วนหัวหน้าสำนักง้อไบ๊ก็กลายเป็นผู้ถูกรังควานแทน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย หลายปีต่อมา หว่อกี้ เติบใหญ่เป็นจอมยุทธหนุ่มภายใต้การดูแลของอาจารย์จางซันฟง แต่เมื่อลูกชายของจางซันฟงถูกแต่งตั้งให้เป็นเจ้าสำนัก เขาก็ขับไล่หว่อกี้ออกจากสำนักทันที ก่อนที่แม่ของหว่อกี้จะสิ้นลมหายใจ เธอได้ฝากฝังไว้ว่าให้เขาฝึกฝนจนแกร่งกล้าและแก้แค้นเหล่าจอมยุทธแทนตัวเธอด้วย แต่ด้วยชะตากรรมของหว่อกี้ตอนนี้ยังห่างไกลกับคำว่าแกร่งกล้าเหลือเกิน เขาจะต้องฝึกฝนและพิสูจน์ตัวเองอีกหลายโขถึงจะสามารถทำตามความประสงค์ของผู้เป็นแม่ได้ 

ต้องยอมรับว่า ณ ขณะนั้น เจท ลี ถือเป็นซูเปอร์สตาร์ที่ดึงดูดผู้ชมให้ยอมจ่ายเงินเข้าไปดูหนัง เพื่อจะได้เห็นศาสตร์การต่อสู้ของนักแสดงคนนี้อย่างจุใจ โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า บทบาทจอมยุทธของเขาใน หนังจีนออนไลน์ เรื่องนี้แตกต่างจากหนังจอมยุทธเรื่องอื่นๆ ที่เขาแสดง ตรงที่เรื่องนี้เขาดูเป็นจอมยุทธลูซเซอร์มากกว่าจะเป็นคนศิษย์เอกของสำนักอย่างหนังเรื่อง Once Upon a Time in China หรือ หวงเฟยหง