My Sassy Girl I ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม (2001)

My Sassy Girl I ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม (2001)

My Sassy Girl

My Sassy Girl I ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม (2001)

ในปัจจุบันประเทศเกาหลีใต้มี ซอฟต์เพาเวอร์ ที่เข้มแข็งและแพร่กระจายอิทธิพลไปทั่วโลก จนสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับประเทศ ซอพต์เพาเวอร์ คือการใช้สื่อบันเทิงไม่ว่าจะเป็น เพลง หนังออนไลน์ หรือซีรีส์เพื่อเป็นการขยายวัฒนธรรมให้กับผู้คนทั่วโลก แต่การจะประสบความสำเร็จได้นั้นสิ่งสำคัญคือต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่มากกว่าการให้เงิน ซึ่งต้องรวมถึงนโยบายด้วย อย่างเช่น สังคมเกาหลีใต้นั้นผู้ชายมักจะทำร้ายร่างกายผู้หญิง จึงมีการออกนโยบายจากรัฐว่าจะให้ผู้ผลิตผลงานสร้างคาแรกเตอร์ผู้ชายให้ดูน่ารัก อบอุ่น และเจี๋ยมเจี้ยม ซึ่งก็ได้ผลในแง่ที่ว่าอาชญากรรมการทำร้ายร่างกายของผู้หญิงโดยผู้ชายลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ผมจะหยิบหนังเรื่องหนึ่งมาที่เป็นยุคบุกเบิกของการพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ในเกาหลีใต้ เป็นหนังนักโรแมนติกซึ้งในชื่อ “My Sassy Girl ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม”

My Sassy Girl ภาพยนตร์เกาหลีใต้แนว โรแมนติก Romance เป็นผลงานการเขียนบทและกำกับของ กวัก แจ-ยง ซึ่งได้ คิม โฮ-ชิก ร่วมเขียนบท หนังเรื่องนี้นำแสดงโดย ชา แท-ฮย็อน รับบทเป็น คย็อนอู และ ช็อน จี-ฮย็อน รับบทเป็น หญิงสาว 

ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม

ครึ่งแรกของหนัง เริ่มต้นด้วย คย็อนอู หนุ่มนักศึกษา บนยอดเขาโดยพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จักเมื่อ 2 ปีก่อนซึ่งฝังแคปซูลกาลเวลาไว้กับเขาบนภูเขาลูกนั้น เธอไม่เคยกลับมาเหมือนที่เธอสัญญาไว้ หนังย้อนอดีตไปในมื้อค่ำวันหนึ่ง คย็อนอู แม่ของเขาโทรมาบอกให้เขาไปเยี่ยมป้าบ้าง ที่สถานีรถไฟระหว่างเดินทางไปหาป้า เขาสังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังเมาเหล้ายืนอยู่ใกล้กับขอบชานชาลาขณะที่รถไฟแล่นเข้ามา เขาดึงเธอไปที่ปลอดภัยได้ทันเวลา เมื่ออยู่ในขบวน คย็อนอูต้องคอยดูเธอยืนโซเซบนรถไฟตลอดและเธอก็หลับในที่สุด  เขาอุ้มเธอไปยังโรงแรมที่ใกล้ที่สุด ขณะที่เขาอาบน้ำก็มีเสียงโทรศัพท์ของโรงแรมดังขึ้น เขาออกมารับสายโดยที่ลืมไปว่าไม่มีผ้าขนหนูและโป๊เปลือยอยู่ ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บุกเข้ามาในห้องและจับกุมตัวเขา หลังจากออกจากคุก เขาได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาวเมื่อคืนที่นัดพบเขาเพื่อถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา หญิงสาวมีท่าทีราวกับนักเลง เธอดื่มโซจูจนเมาแอ๋และกลับไปนอนที่โรงแรมเดิมอีกรอบพร้อมกับคย็อนอูหลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีส่วนร่วมในชีวิตของเขามากขึ้น เธอไปบุกมหาลัยของคย็อนอูและลากเขาออกมาจากห้องเรียน เธอค่อนข้างมีอารมณ์แปรปรวนแต่เขาก็ยอมให้เธอใช้ความรุนแรงกับเขาเพราะอยากเห็นเธอมีความสุข 

ครึ่งหลังของหนังเริ่มต้นด้วยหญิงสาวรอคย็อนอูหลังเลิกเรียน ขณะเดินกลับจู่ๆ เธอก็บ่นว่าเจ็บเท้าที่เกิดจากรองเท้าส้นสูงและขอร้องให้คย็อนอูเปลี่ยนรองเท้ากับเธอ เขาก็ยอมสวมรองเท้าส้นสูงของเธอ ที่บ้านของเธอคย็อนอูได้ยินการเถียงกันระหว่างหญิงสาวกับแม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและสุดท้ายพ่อของเขาก็บังคับให้ทั้งคู่เลิกกัน เมื่อเวลาผ่านไป หญิงสาวโทรหาคย็อนอูเพื่อนัดมาทานอาหารค่ำ ซึ่งเป็นการออกเดตของเธอกับชายหนุ่มอีกคน หญิงสาวแนะนำคย็อนอูกับหนุ่มคนใหม่ว่าเป็นเพื่อนกัน ในช่วงที่หญิงสาวไปเข้าห้องน้ำ คย็อนอูก็บอกกฎ 10 ข้อให้กับชายหนุ่มคนใหม่เพื่อที่จะเอาชนะใจเธอ หญิงสาวกลับมาและแอบยืนหังจึงได้รู้ว่าเขาเอาใจใส่เธอขนาดไหน หญิงสาวเดินออกจากร้านอาหารและหายไปเลย จนกระทั่งทั้งคู่นัดพบกันอีกครั้งที่ภูเขาในชนบท ซึ่งเธอได้เปิดตัวไทม์แคปซูล ในคืนก่อนหน้านี้ทั้งคู่เขียนจดหมายถึงความรู้สึกที่มีต่อกันและกันหญิงสาวบอกว่าจะฝังไว้ข้างต้นไม้บนภูเขา พวกเขาตกลงที่จะพบกันอีกครั้งที่ต้นไม้ในอีก 2 ปีเพื่ออ่านจดหมายด้วยกันหลังจากฝังไทม์แคปซูลแล้วพวกเขาก็แยกทางกันและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ซึ่งก็กลับไปที่ต้นเรื่องที่คย็อนอูมาที่ใต้ต้นไม้นี้คนเดียว แต่เขาก็ยังเฝ้ารอที่จะได้กับหญิงสาวอีกครั้ง 

My Sassy Girl

ต้องยอมรับว่าแม้จะผ่านมา 20 ปี หนังคลาสสิกออนไลน์ เรื่องนี้ยังมีอิทธิพลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อย่างน้อยๆ ก็นักแสดงชา แท-ฮย็อน ที่ไม่ว่าเขาจะเล่นเรื่องไหนต้องมีคำว่า นายเจี๋ยมเจี้ยม ในทุกๆ เรื่อง เช่นเดียวกันถ้า ช็อน จี-ฮย็อน เล่นบทนำเรื่องไหนหนังต้องมีประโยค ยัยตัวร้าย ในทุกเรื่อง หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นมาตรฐานหนังรักเกาหลีในยุคหลังๆ ทั้งคาแรกเตอร์ของพระนาง เพลงประกอบ และพล็อตหนังที่ต้องตลกได้และเศร้าให้ถึง จึงไม่แปลกใจเลยเป็นหนังรักขึ้นหิ้งของใครหลายๆ คน