Monster | ปีศาจ (2021)

Monster | ปีศาจ (2021)

ในปี 2019 นักร้องสาวเสียงทรงพลังอย่าง เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ได้หวนคืนสู่จอแก้วในภาพยนตร์เรื่อง Cats ซึ่งเป็นการดัดแปลงจากละครเวทีบรอดเวย์สุดคลาสสิก แต่บางครั้งสิ่งไหนที่ดีงามก็ไม่ควรไปแตะต้อง เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้คือผลงานที่ล้มเหลวที่สุดแห่งปี ทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ ปี 2021 เธอกลับมารับงานแสดงอีกครั้งใน “Monster ปีศาจ” ซึ่งสามารถรับชมได้ผ่านทาง เว็บหนังออนไลน์ และเป็นการกลับมาอย่างสมเกียรติสำหรับ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ในฐานะนักแสดงของเธอ

Monster ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมวัยรุ่นร่วมสมัยในชื่อเดียวกันของ โคล ไวลีย์ กำกับโดย แอนโธนี แมนด์เลอร์ เล่าถึงเรื่องราวของ สตีฟ เด็กหนุ่มผิวดำวัย 17 ปีที่ถูกกล่าวหาในคดีฆาตกรรม เขาต้องต่อสู้ในศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับตัวเอง 

Monster

หนังเปิดเรื่องมาในห้องที่มีเด็กหนุ่มผิวดำชื่อ สตีฟ ฮาร์มอน วัย 17 ปี ยืนอยู่ต่อหน้าผู้คุมผิวขาวสีหน้าเคร่งเครียดซึ่งกำลังซักถามด้วยคำถามตามลิสต์ของนักโทษที่กำลังจะเข้าเรือนจำ สตีฟ ถูกจับกุมเพราะเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ซึ่งชายคนหนึ่งถูกคนผิวดำยิงตายในร้าน คำถามที่ผู้คุมถามกับเขานั้นมีประมาณว่า นายอยู่แก๊งไหน เป็นเอดส์มั้ย และแนะนำให้เขาหุบปากให้ได้มากที่สุด ไม่นานก็มีทนายความที่รัฐจัดหามาให้ชื่อ มารีน โอไบรอัน เธอและสตีฟอยู่ในห้องสอบสวน มารีนต่างรู้ดีว่าสตีฟคือผู้บริสุทธิ์และเขากำลังถูกกลั่นแกล้ง ในช่วงเวลานี้สตีฟต้องเข้าเรือนจำที่รายล้อมด้วยนักโทษอุกฉกรรจ์ เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 17 ซึ่งโดยปกติแล้วเขาจะต้องถูกฝากขังในทัณฑสถานเด็กและขึ้นศาลเยาวชน แต่ครั้งนี้ไม่ปกติ สตีฟถูกปฏิบัติเหมือนกับเขาเป็นผู้กระทำผิดไปแล้ว แม้จะได้รับโอกาสในการต่อสู้คดีก็ตาม ในครั้งแรกที่ขึ้นศาลมารีนทำเต็มที่ในหน้าที่ของเธอ หลักฐานที่ชี้ชัดว่าสตีฟเป็นคนยิงปืนนั้นแทบจะไม่มี ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพียงพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเท่านั้น หลายคนบอกกับศาลเพียงว่า พวกเขาเห็นสตีฟในวันนั้นและเชื่อว่าสตีฟเป็นคนทำ หลายครั้งมารีนเดินทางมาหาสตีฟและพูดคุยกันตามลำพัง ในฐานะทนายความ เธอเห็นมาหลายคดีแล้วว่า ผู้ชายวัยรุ่นผิวดำ เพียงแค่เดินเข้าศาล คณะลูกขุนกว่าครึ่งก็เชื่อว่าเขาคือคนร้ายแล้ว ทนายความฝ่ายตรงข้าม ย้ำนักย้ำหนาว่าสตีฟคือ ปีศาจ และสมควรที่จะถูกลงโทษเทียบเท่ากับผู้ใหญ่ ถ้าหากเขาถูกตัดสินว่าผิดในคดีฆาตกรรม เด็กหนุ่มอนาคตไกลคนนี้จะต้องติดคุกตลอดชีวิตและถูกขังลืม หรือร้ายแรงไปกว่านั้นเขาอาจจะต้องถูกประหารชีวิตกับภาพจำที่ถูกมองว่าเป็นปีศาจร้ายของสังคม 

Monster

ต้องขอเท้าความไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ได้เกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของสหรัฐฯปฏิบัติการเกินกว่าเหตุจนทำให้ จอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาต้องเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ สาเหตุเกิดจากเจ้าหน้าที่เข้าใจผิดว่าฟลอยด์ใช้เงินปลอมซื้ออาหาร ใช่ครับ ฟังไม่ผิด แค่นั้นจริงๆ เหตุการณ์ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก เกิดแฮชแท็ก Black liver matter บนโลกอินเทอร์เน็ต และเกิดการประท้วงทั่วอเมริกาท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผู้คนต่างตั้งคำถามแม้จะมีกฎหมายยกเลิกทาสมากว่า 200 ปี มนุษยชาติต่างเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติมาหลาย 10 ปี แต่ทำไมยังเกิดเหตุการณ์ที่คนขาวกระทำความรุนแรงกับคนผิวดำได้อย่างน่าตาเฉยอยู่อีก หรือแท้จริงแล้วการแบ่งแยกเชื้อชาติมันไม่เคยหายไปไหนเลย ผมขอยกตัวอย่างสารคดีเรื่องหนึ่งใน Netflix ชื่อ “The 13th” ที่เล่าว่าแม้จะเกิดการเลิกทาสขึ้นแต่การแบ่งแยกเชื้อชาติและกดขี่คนผิวดำแปรเปลี่ยนมาเป็นรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 ในยุคที่ บิล คลินตัน เป็นประธานาธิบดี เขาใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์สร้างคุกขนาดใหญ่ขึ้นมา ขณะเดียวกันสื่อหลายสำนักก็ฉายข่าวคดีอาชญากรรมของคนผิวดำซ้ำๆ ซึ่งส่วนใหญ่คือผู้บริสุทธิ์ถูกยัดคดี หรือเรียกง่ายๆ รัฐกำลังทำโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้มีความชอบธรรมในการจับคนผิวดำเข้าคุกได้อย่างง่ายได้ ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาต่างถูกมองว่าเป็นปีศาจแห่งยุคสมัย 

เห็นหรือยังครับว่า การกดขี่คนผิวดำแค่เปลี่ยนจากการค้าทาสมาเป็นคนคุก สิ่งนี้เป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้ หนังออนไลน์ไม่มีโฆษณาขั้น เรื่อง Monster ถึงมีการจับเด็กอายุ 17 เข้าคุก คณะลูกขุนต่างเทใจว่าเขาคือฆาตกรแล้ว เพียงแค่เขามีผิวสีดำ โฆษณาชวนเชื่อได้ฝังอคติบางอย่างให้กับคนอเมริกาเป็นจำนวนมากและมันยากที่จะเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำรุนแรงเกินกว่าเหตุกับคนผิวดำก็ยังมีอยู่ซ้ำๆ ผู้บริสุทธิ์คนผิวดำเดินเข้าคุกเป็นว่าเล่นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ความหวังเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงได้คือพลังของคนรุ่นใหม่ที่ปราศจากอคติและมองคนเป็นคนเท่ากันเท่านั้น