Last Breath | ลมหายใจสุดท้าย (2019)

Last Breath | ลมหายใจสุดท้าย (2019)

Last Breath

Last Breath | ลมหายใจสุดท้าย (2019)

เคยสงสัยกันมั้ยว่าคนที่เขารู้ตัวว่ากำลังตาย ในห้วงเวลาลมหายใจสุดท้ายของเขานั้นพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาเห็นภาพอะไรและรู้สึกยังไงกับร่างกายที่กำลังจะหมดสภาพ วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ หนังออนไลน์ เรื่องหนึ่งที่เป็นสารคดีของกลุ่มนักดำน้ำที่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อันตรายกับ “Last Breath ลมหายใจสุดท้าย”

Last Breath ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Richard da Costa และ Alex Parkinson เรื่องจริงของกลุ่มนักดำน้ำที่ระหว่างทำภารกิจได้เกิดข้อผิดพลาดเพราะมีพายุรุนแรง ทำให้หนึ่งในนั้นหลุดออกจากเรือดำน้ำ

ลมหายใจสุดท้าย

18 กันยายน 2012 ลึกสุดของทะเลเหนือ เรือสนับสนุนการดำน้ำโทปาซมุ่งหน้าไปกลุ่มบ่อน้ำมันบล็อก 22/4 บี มีลูกเรือทั้งสิ้น 127 คน รวมถึงนักดำแบบน้ำอิ่มตัว 12 คน สารคดีเริ่มด้วยฟุตเทจวิดีโอของคริส เลมอนส์ นักดำน้ำอิ่มตัว ที่เขานำกล้องมาบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ บนเรือเพื่อส่งให้กับ มอแรก มาร์ติน คู่หมั้นของเขา คริสจะพาทัวร์ไปยังโซนต่างๆ ของเรือ ทั้งห้องนอน ห้องครัว หรือแม้กระทั่งห้องสตีมซาวน่า ขณะเดียวกันมอแรกก็ถ่ายฟาร์มวัว งานวันเกิดเพื่อน หรือสุนัขที่โตขึ้น ทั้งคู่อัปเดตเรื่องราวชีวิตของกันและกันเพื่อให้รู้สึกว่าระยะทางไม่ใช่อุปสรรคกับความสัมพันธ์ของพวกเขา อีกนัยหนึ่งคริสก็อยากบอกกับมอแรกว่าเขามีโมเมนต์ความสุขในทุกๆ วัน เพื่อไม่ให้เธอกังวลกับการทำงานของเขา ในอีกไม่กี่วันคริสและเดวิด ยูอาซา นักดำน้ำอิ่มตัวอีกคนจะต้องดำดิ่งลงสู่ใต้พื้นมหาสมุทรที่ค่อนข้างลึกและใช้เวลาอยู่ในนั้นถึง 21 วัน ฉะนั้นพวกเขาจะต้องเขาไปอยู่ในเรือดำน้ำหรือที่เรียกว่าระฆังก่อนที่จะเริ่มภารกิจจริงเพื่อเป็นการวอร์มร่างกาย โดยมีดันแคน ที่ทำหน้าที่ตำแหน่งเบลล์แมนคอยควบคุมพวกเขาอยู่บนเรือ ในคืนที่พวกเขาหย่อนระฆังลงสู่ห้วงทะเลลึกได้เกิดคลื่นพายุที่รุนแรง ส่งผลให้สายรกของคริสขาดออกจากระฆัง นั่นหมายความร่างกายของเขาล่องลอยไปตามคลื่นใต้น้ำโดยที่ไม่มีอะไรรั้งเขากับอุปกรณ์เลย  

Last Breath

ในสถานการณ์ที่มีพายุรุนแรง ยากมากที่จะหาตำแหน่งเขาได้ทันเวลา คริสมีถังออกซิเจนฉุกเฉินที่ยื้อเวลาให้เขาได้หายใจเพียง 5 นาที ซ้ำระบบคอมพิวเตอร์หลักที่จะระบุตำแหน่งก็ล่ม แต่สจ้วต แอนเดอสัน กัปตันทีม ได้ส่งเดวิดพร้อมกับทีมแพทย์ลงไปตามหาเขา 20 นาทีผ่านไป การพบร่างของเขายังไร้วี่แวว ดันแคนที่นั่งดูมอนิเตอร์อยู่บนเรือทำใจไว้แล้วว่าเขาไม่รอดแต่ขอแค่พบร่างก็พอ แต่เมื่อเข้าสู่นาทีที่ 22 เดวิดก็พบตัวเขาเกาะอยู่กับแทงก์ใต้น้ำ คริสกระดิกมือเพื่อให้คนอื่นรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเพราะถังฉุกเฉินไม่เหลือออกซิเจนให้เขาหายใจแล้ว เดวิดพยายามต่อสายรกติดกับตัวคริสและลากเขาขึ้นมาเหนือน้ำ ระหว่างนั้นร่างของคริสแน่นิ่งไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสามารถนำตัวเขาขึ้นเรือในนาทีที่ 36 ดันแคนและทีมแพทย์ช่วยเหลือเขาอย่างสุดฝีมือ สารคดีตัดไปที่ฟุตเทจสัมภาษณ์ของมาแรก เดวิด และดันแคน ที่กำลังเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต่อด้วยฟุตเทจสัมภาษณ์ของคริส ซึ่งเผยว่าเขายังมีชีวิตอยู่ คริสเล่าย้อนไปตั้งแต่สายรกขาดในวินาทีแรก เขาได้ยินเสียง “ปัง!” และเขาก็อยู่ท่ามกลางความมืดมิด ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ว่าร่างของเขากระทบกับผืนทราย เขานอนช็อคอยู่แบบนั้นประมาณ 2 นาที เขามองไม่เห็นอะไรรอบตัวแต่ก็ตัดสินใจตะเกียกตะกายเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ จนร่างไปแตะกับแทงค์ได้ เขาปีนขึ้นไปให้สูงที่สุดเพราะคิดว่าเพื่อนจะช่วยเหลือเขาได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อผ่านไปหลายนาที ทุกอย่างก็ยังเงียบอยู่ เขารับรู้ได้ว่าร่างกายเริ่มชาและเห็นภาพอดีตของเขากับมอแรก เห็นภาพเธอยิ้ม เห็นนมือเล็กๆ ของลูกในอนาคตมาแตะที่นิ้วของเขา คริสขอโทษมอแรกที่เขากำลังจะตาย จนหมดสติไป และตื่นขึ้นมาอีกทีบนเรือ คริสยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเขารอดมาได้ยังไง และนี่ถือเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์

จบไปแล้วกับ หนังสารคดีออนไลน์ เรื่องนี้ ซึ่งหนังมีการสลับภาพเหตุการณ์จริงกับถ่ายทำขึ้นมาใหม่เพื่อให้คนดูเห็นภาพและเข้าใจความรู้สึกของคริสมากขึ้น ผมรู้สึกชอบการลำดับเรื่องราวโดยที่ไม่ได้บอกก่อนว่าสุดท้ายเหตุการณ์นี้จะลงเอยยังไง ทำให้ช่วง 10 นาทีหลังที่เราได้เห็นคริสมานั่งสัมภาษณ์นั้นเป็นอะไรที่ทึ่งและพิเศษมากๆ