Kill Bill Vol.1 I นางฟ้าซามูไร ภาค 1 (2003)

Kill Bill Vol.1 I นางฟ้าซามูไร ภาค 1 (2003)

Kill Bill 1

Kill Bill Vol.1 I นางฟ้าซามูไร ภาค 1 (2003)

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผมเห็นคลิปไวรัลใน Tiktok ที่ลิปซิงค์บทสนทนาจากหนังเรื่องหนึ่ง ซึ่งเมื่อผมได้ดู หนังออนไลน์ ก็พบว่าบทสนทนานั้นคือฉากเปิดเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง Kill Bill นั่นก็แสดงให้เห็นว่าแม้หนังเรื่องนี้จะผ่านไปกี่ปีแต่ยังมีสิ่งที่น่าสนใจเยอะแยะมากมายจนคนทุกยุคหยิบมาเล่นแล้วให้มันดูใหม่ได้เสมอ 

Kill Bill เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action เป็นผลงานกำกับและเขียนบทของเควนติน ทารันติโน ผู้กำกับตัวท็อปของโลก เพียงแค่ได้ยินชื่อของเขาคนนี้ก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรกับหนังที่ต้องดูแล้ว แม้จะคาดหวังให้มากๆ ก็ยังไม่เคยมีหนังเรื่องไหนที่ทำให้ผิดหวังได้ หนังเรื่องนี้แสดงนำโดย อูม่า เทอร์แมน เธอเคยร่วมงานกับเควนตินมาแล้วในหนังสุดคัลท์ แหกทุกขนบการทำภาพยนตร์ใน Pulp Fiction ซึ่งเป็นการแจ้งเกิดอูม่า ที่ทำให้เธอดังเป็นพลุแตก พร้อมกับเควนตินเองที่ในวงการหนังยกเขาให้เป็นผู้กำกับหนังหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง การกลับมาครั้งนี้เขาก็ยังหยิบยกประเด็นหนังอาชญากรรมมาเล่าเหมือนเรื่องก่อนๆ แต่ครั้งนี้เขามาพร้อมกับดาบซามูไรและหญิงสาวผู้ไม่เคยย้อมแพ้ต่อโชคชะตา 

นางฟ้าซามูไร ภาค 1

หนังเปิดเรื่องมาให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่คนดูรู้จักเธอในชื่อ เจ้าสาว (หนังยังไม่เปิดชื่อของเธอ) เจ้าสาวมาเยือนสมาชิกคนที่ 2 ใน “ลิสต์ 5 คนต้องฆ่า” ของเธอ หญิงคนนั้นชื่อ เวอร์นิการ์ กรีน ที่เคยอยู่แก๊งมาเฟียแต่ตอนนี้เธอวางมือและชุบตัวเป็นแม่บ้านในบ้านหลังเล็กอย่างสงบสุข แต่เมื่อเธอเห็นเจ้าสาวมาเยือนถึงบ้านเธอก็พอจะรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วว่า ไม่เธอก็เจ้าสาวที่ต้องตายในวันนี้ ทั้งคู่ต่อสู้กันในบ้านแต่ต้องหยุดกะทันหันเมื่อเสียงของรถโรงเรียนมาจอดหน้าบ้าน ทั้งคู่จึงนัดกันต่อสู้อีกรอบในตอนกลางคืนเพราะไม่อยากให้ลูกสาวมาเห็นตัวเองฝนสภาพนี้ แต่เวอร์นิการ์เล่นไม่ซื่อ เธอคว้าปืนมายิงเจ้าสาวแต่เธอหลบทันและขว้างมีดเข้าที่หน้าอกเวอร์นิการ์ต่อหน้าต่อตาลูกสาว สาเหตุที่เจ้าสาวต้องมีลิสต์ฆ่าของเธอนั้น มันเริ่มจากการที่เธอต้องการจะวางมือในแก๊งมาเฟีย มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ 

ในวันซ้อมงานแต่ง ขณะที่เธอท้องโตพร้อมกับสวมชุดเจ้าสาว ได้มีการบุกยิงสังหารหมู่ แม้ตัวเจ้าสาวเองจะถูกยิงที่หัวแต่เธอก็รอดและนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล 4 ปี ต่อมาเธอฟื้นขึ้นมาและพบว่าลูกในท้องหายไป เมื่อเธอแข็งแรงขึ้น เจ้าสาวได้เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อหาช่างตีดาบที่เก่งที่สุดเพื่อมาฆ่ากับลิสต์คนต่อไป เธอชื่อ โอเร็น ที่ตอนนี้ได้สร้างเครือข่ายแก๊งมาเฟียใหญ่โตอันดับต้นๆ ของโลก และเธอคือผู้ที่อันตรายที่สุดในบรรดาลิสต์ทั้งหมด นี่จึงเป็นภารกิจหลักของหนังภาคนี้ การจะเข้าถึงตัวโอเร็นได้เป็นเรื่องยาก เพราะลูกสมุนของเธอมีเป็นหลายร้อยชีวิต จึงเกิดฉากปะทะอันดุเดือด เลือดสาดในตำนานกลางร้านอาหาร พร้อมกับเพลง “Woo-Hoo” ที่บรรเลงขณะที่แขนขากองอยู่บนพื้น 

Kill Bill 1

ในยุคนั้นหลังจากที่เควนตินกำกับ Pulp Fiction ทำให้เห็นฉากหนึ่งที่ตัวละครหยิบดาบซามูไรมาสู้กับฆาตกรโรคจิต นับแต่นั้นเขาก็หลงใหลในดาบซามูไร จนก่อร่างสร้างตัวมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ หนังเรื่องนี้แทบจะไร้ที่ติ หนังดีงามทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าเป็นบทภาพยนตร์ ที่แน่นอนอยู่แล้วเควนตินเคยได้รางวัลออสการ์ด้านบทภาพยนตร์ การแสดงของอูม่า และสกอร์หนังที่ทุกวันนี้ผมยังเปิดฟังอยู่ตลอด โดยเฉพาะการตัดต่อที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเขาไปแล้ว สำหรับใครที่อยาก ดูหนัง แนวอาชญากรรม ผมแนะนำให้ดูเรื่องนี้ ทุกคนต้องห้ามพลาดถ้าหากเป็นคอหนังแนวนี้ หนังให้ทั้งความมันส์ สะใจ และคุณภาพของหนังก็ดีทุกองค์ประกอบ