Hotel Mumbai | มุมไบ เมืองนรกแตก (2018)

Hotel Mumbai | มุมไบ เมืองนรกแตก (2018)

Hotel Mumbai

Hotel Mumbai | มุมไบ เมืองนรกแตก (2018)

198 ศพ ใน 60 ชั่วโมง คือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดียในปี 2008 เมืองเศรษฐกิจที่กลายเป็นมาเป็นสนามรบในชั่วพริบตา เหตุเกิดจากกลุ่มผู้การร้ายบุกกราดยิงและระเบิดสถานที่สำคัญหลายแห่งทั่วเมือง แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้แต่รัฐบาลได้กล่าวโจมตีปากีสถานทันทีหลังเหตุการณ์ยุติ สำหรับใครที่สนใจเรื่อราวเพิ่มเติม ผมแนะนำ หนังHD เรื่องหนึ่งในชื่อ “Hotel Mumbai มุมไบ เมืองนรกแตก”

Hotel Mumbai ภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action กำกับโดย Anthony Maras ที่ได้ 2 นักแสดงชั้นนำในฮอลลีวู้ดอย่าง เดฟ พาเทล จาก Slumdog Millionaire (2008) และ อาร์มมี แฮมเมอร์ จาก Call Me by Your Name (2017) มาเล่นในเรื่องนี้ด้วย 

มุมไบ เมืองนรกแตก

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ปี 2008 พนักงานเสิร์ฟหนุ่มชื่อ อาร์จัน รายงานการทำงานที่โรงแรม “Taj Mahal Palace” ในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ภายใต้หัวหน้าพ่อครัวชื่อ เฮอร์แมนท์ ซึ่งเตือนพนักงานของเขาว่า “แขกคือพระเจ้า” แขกพิเศษในวันนี้ ได้แก่ ซาห์รา คาชานี ทายาทชาวอังกฤษ-อิหร่านและเดวิด สามีชาวอเมริกันของเธอ พร้อมด้วยคาเมรอน ลูกชายวัยทารก และแซลลี พี่เลี้ยงของเขา รวมถึงวาซิลีอดีตเจ้าหน้าที่สเปตซ์นาซ คืนนั้น ผู้ก่อการร้าย 10 คน นำโดย เดอะ บูลส์ ได้เปิดฉากโจมตี 12 แห่งทั่วมุมไบ ซึ่งรวมถึงโรงแรมด้วย เนื่องจากตำรวจท้องที่ไม่ได้รับการฝึกฝนหรือเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีอย่างเหมาะสม พวกเขาทำได้เพียงรอให้กองกำลังพิเศษมาถึงจากนิวเดลีเท่านั้น ท่ามกลางความโกลาหลที่ตามมา อาร์จันและลูกค้าบางคนติดอยู่ในร้านอาหารของโรงแรมพร้อมกับแขกคนอื่นๆ อีกหลายคน ในขณะที่แซลลี่ ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ยังคงอยู่กับคาเมรอนในห้องพักของโรงแรม เดวิดย่องผ่านผู้ก่อการร้ายและไปถึงแซลลี่และคาเมรอนได้สำเร็จ อาร์จันพาแขกไปหลบที่คลับในโรงแรม เดวิด แซลลี และคาเมรอนพยายามรวมกลุ่มกัน แต่เดวิดถูกจับเสียก่อน ขณะที่แซลลี่และคาเมรอนติดอยู่ในตู้เสื้อผ้า เดวิดถูกมัดไว้กับพื้นในห้องแยกต่างหาก ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจดีซีแวมและคู่หูของเขาตัดสินใจเข้าไปในโรงแรมโดยหวังว่าจะไปถึงห้องรักษาความปลอดภัยเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้าย อาร์จันพยายามพาแขกที่บาดเจ็บสาหัสไปโรงพยาบาลและได้พบกับตำรวจ แต่แขกตกใจและถูกยิงตาย อาร์จันพาตำรวจไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย และพวกเขาค้นพบว่าผู้ก่อการร้ายกำลังจะบุกเข้าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจดีซีแวมสั่งให้อาร์จันอยู่นิ่งๆ ขณะที่เขาไปโจมตีผู้ก่อการร้าย 

Hotel Mumbai

หลายคนตัดสินใจออกจากห้องรับรองเพื่อหลบหนี แต่ซาห์ราและวาซิลิ ถูกจับเป็นตัวประกัน ขณะที่คนอื่นๆ ถูกฆ่าตายขณะหลบหนี ผู้ก่อการร้ายบังคับให้ซาห์ราและวาซิลิ จ่อปืนร่วมกับตัวประกันคนอื่นๆ ซึ่งทุกคนนอนทับอยู่กับพื้น ไม่นานทั้งคู่ก็ถูกมัดเหมือนกัน ขณะเฝ้าตัวประกัน อิมรานติดต่อสมาชิกในครอบครัวของเขาและขอคืนดีกับพวกเขาทั้งน้ำตา ซึ่งเผยให้เห็นว่าผู้ก่อการร้ายทิ้งให้โจมตีมุมไบโดยปลอมตัวไปรับการฝึกทหาร นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่าบูล ได้สัญญาว่าจะจ่ายเงินให้ครอบครัวของผู้ก่อการร้าย แต่พวกเขาไม่เคยได้รับเงิน ในที่สุด หน่วยรบพิเศษของอินเดียก็มาถึง และกระทิงก็สั่งให้ผู้ก่อการร้ายเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของแผน นั่นคือ เผาโรงแรมทิ้ง ผู้ก่อการร้ายออกจากอิมรานเพื่อปกป้องตัวประกันที่ถูกมัดด้วยปืนจ่อ ในที่สุด บูลก็บอกให้อิมรานฆ่าตัวประกันทั้งหมด อิมรานยิงทั้งเดวิดและวาซิลี แต่ซาห์ราได้รับการไว้ชีวิตเมื่อเธอเริ่มท่องคำอธิษฐานของชาวมุสลิม โดยไม่สนใจคำสั่งของกระทิงให้ยิงเธอโดยไม่คำนึงถึง ไม่ใช่ตัวประกันอีกต่อไป ซาห์ราพยายามแก้มัดตัวเองและหลบหนี กองกำลังพิเศษสังหารผู้ก่อการร้ายที่เหลือ และซาห์ราถูกอพยพโดยฐานปฏิบัติการทางอากาศ โดยได้กลับมารวมตัวกับแซลลี่และคาเมรอนอีกครั้ง หลังจากที่โรงแรมปลอดภัยแล้ว อรชุนก็กลับบ้านและพบกับภรรยาและลูกสาวของเขาอีกครั้งสคริปต์ปิดเผยให้เห็นว่าผู้ที่รับผิดชอบในการวางแผนการโจมตียังคงว่างอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่โรงแรมได้รับการซ่อมแซมและเปิดบางส่วนอีกครั้งภายในไม่กี่เดือนหลังจากเหตุการณ์ ฉากสุดท้ายเป็นการรำลึกถึงพนักงานและแขกที่เข้าร่วมการต่อสู้ในสมรภูมิโรงแรมมุมไบ และภาพการเปิดโรงแรมครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งในอีก 3 เดือนต่อมา 

ตลอด 2 ชั่วโมงใน หนังคมชัดHD เรื่องนี้ดุเดือดเป็นอย่างมาก แทบไม่มีเวลาให้พักหายใจเลย ยิ่งได้รู้ว่าสร้างจากเหตุการณ์จริง ยิ่งทำให้รู้สึกหดหู่ การแสดงของเดฟ พาเทล และ อาร์มมี่ แฮมเมอร์ การันตีได้อยู่แล้วว่าจะถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างสมจริงแน่นอน โดยรวมแล้วถือเป็นหนังบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ