Guava Island (2019)

Guava Island

Guava Island (2019)

แม้บางประเทศจะปกครองด้วยรัฐเผด็จการ แต่ในโลกภาพยนตร์ก็ยังมีส่วนน้อยที่จะพูดถึงประเทศนั้นโดยตรง หนังส่วนใหญ่จึงใช้วิธีเปลี่ยนประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วให้กลายเป็นเผด็จการอย่าง The Hunger Games หรือ ซีรีส์ The Handmaid’s Tale เป็นต้น และอีกวิธีหนึ่งที่ใช้อย่างแพร่หลายคือสร้างเมืองสมมติขึ้นมาแล้วให้คนดูไปเปรียบเทียบกันเองว่าเหมือนกับประเทศไหนบนโลกใบนี้ เช่น Beast of no Nation (2015) หรือแม้แต่หนังฮีโร่สุดโด่งดังอย่าง Black Panther (2018) วันนี้ผมอยากชวน ดูหนังออนไลน์ ที่เล่าถึงมีประเด็นที่ผมเกริ่นมาดังกล่าวเช่นกันใน “Guava Island”

Guava Island ภาพยนตร์แนว เพลงดนตรี Musical กำกับโดย Hiro Murai เรื่องราวบนเกาะกัววา พื้นที่เล็กๆ ที่อยู่ใจกลางของโลก เกาะที่เคยสงบสุขและอุดมสมบูรณ์จนกระทั่งมีกองทัพเผด็จการของ เรด คาร์โก มายึดอำนาจ ยึดความฝัน และอนาคตของวัยหนุ่มสาว อาวุธเดียวท่ำวกเขามีคือเสียงดนตรี

Guava Island

ค่ำคืนหนึ่งเด็กสาว โคฟี่ กำลังฟังนิทานก่อนนอนจากแม่ของเธอที่เล่าถึงต้นกำเนิดของเกาะเล็กๆ ที่ชื่อ กัววา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอเอง แม่ของโคฟี่เล่าว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่ยังไม่มีนก รถยนต์ หรือแม้แต่เมล็ดกาแฟ เหล่าเทพเจ็ดองค์แห่งดินแดนทั้งเจ็ดได้สร้างสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันคือ ความรัก และ สงคราม เหล่าเทพตัดสินใจที่จะให้มนุษย์อยู่ห่างจากสิ่งเหล่านี้บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ ณ ใจกลางโลก ชื่อของมันคือ เกาะกัววา บนเกาะนั้นเต็มไปด้วยสรรพสัตว์ที่ถูกรังสรรค์โดยทวยเทพ ไร้ซึ่งมลทินจากน้ำมือของมนุษย์ พืชพรรณนานาต่างออกดอกผลสุกปลั่งไม่เหมือนที่ใดบนโลก สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดบนเกาะกัววาคือหนอนไหมสีคราม ซึ่งพบได้แค่บนเกาะนี้เท่านั้น มันสามารถสร้างไหมสีฟ้าที่สวยที่สุด ใครที่เห็นเส้นไหมนี้ต่างก็ต้องหลงรัก แต่เมื่อมีรักก็ย่อมมีสงคราม ตระกูลเรด เข้าควบคุมการผลิตเส้นไหมและควบคุมประชนบนเกาะด้วย ความโลภและความหวาดระแวงกันและกันแพร่กระจายไปทั่วเกาะ เหล่าเทพที่เบื่อหน่ายความโอหังของมนุษย์ตัดสินใจทอดทิ้งพวกเขาและกัววาก็ไม่ใช่เกาะสวรรค์อีกต่อไป” ในตอนเด็กโคฟี่เชื่อว่ามันเป็นแค่นิทานก่อนนอน แต่เมื่อเธอเติบโตขึ้น เรื่องเล่ากลับเป็นเรื่องจริงที่เล่าในเวอร์ชันแฟนตาซีเพื่อให้เด็กเข้าใจมากที่สุด เพราะแท้จริงแล้ว เกาะกัววา ถูกชายที่ชื่อ เรด คาร์โก้ และกองทัพปกครอบโดยระบอบเผด็จการ 

Guava Island

วัยหนุ่มสาวถูกบังคับให้ทำงานเป็นชนชั้นแรงงาน ผู้หญิงทำงานในโรงงานเย็บผ้า ส่วนผู้ชายทำโรงงานขนส่ง พวกเขาทำอย่างนี้ไม่มีวันหยุด ความบันเทิงเดียวที่พวกเขาเข้าได้ถึงคือวิทยุซึ่งมีเพียงคลื่นเดียว โคฟี่มีเพื่อนบ้านชื่อ เดนี่ มารูน ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ร้องเพลงให้เธอฟังในทุกๆ คืน เดนี่เป็นนักร้องเพียงคนเดียวในเกาะที่โด่งดังจนสามารถไปออกรายการวิทยุได้ เขาเกิดไอเดียว่าจะจัดคอนเสิร์ตขึ้นในคืนวันเสาร์ ผู้คนในเกาะต่างตื่นเต้นและเฝ้ารอให้ถึงวันนั้น แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ผู้นำอย่าง เรด คาร์โก้ มองว่าเป็นเรื่องอันตรายและอาจจะส่งผลกับงาน เพราะถ้าคืนวันเสาร์คนไปดูคอนเสิร์ตดึก อาจจะไม่มีใครมาทำงานในวันอาทิตย์ก็ได้ เรดจึงจับตัวเดนี่มาเจรจา เขาให้เงิน 1 หมื่นดอลลาร์เพื่อให้เดมี่มีโอกาสออกจากเกาะแห่งนี้พร้อมกับคนรัก เพื่อแลกกับการไม่จัดคอนเสิร์ต แต่เดนี่ดูเหมือนจะไม่รับข้อเสนอ เรดจึงทุบกีตาร์ต่อหน้าเขา ขณะเดียวกัน โคฟี่ ก็วางแผนที่จะบอกเดนี่ว่าเธอตั้งครรภ์กับเขาในคอนเสิร์ต เมื่อถึงคืนวันเสาร์ เดนี่ก็ยังจัดงานดนตรีตามปกติ คนทั้งเกาะต่างมาเต้นกันอย่างสนุกสนาน และทันใดนั้น มีชายสวมหน้ากากจ่อปืนไปบนเวทีแต่เดนี่หลบกระสุนได้ทันและวิ่งเข้าไปตามตรอกซอย แต่สุดท้ายเขาก็โดนยิงตาย ในเช้าวันอาทิตย์ โรงงานนั้นเงียบสนิทเพราะผู้คนต่างออกมาเดินขบวนแห่คารวะศพของเดนี่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงของเกาะแห่งนี้ 

สำหรับบการ ดูหนังในเว็บ เรื่องนี้ ด้วยเวลาเพียง 55 นาที หนังสามารถเล่าให้กระชับ ตรงประเด็น พร้อมกับบทเพลงที่ไพเราะจับใจ ผมชอบที่หนังตีความเผด็จการให้ดูเข้าใจง่าย หรือแม้แต่การต่อสู้ที่ดูเป็นไปได้มากที่สุด การหยุดงานในวันอาทิตย์ในตอนท้ายเรื่องถือเป็นฉากที่ทรงพลังมากๆ ส่วนใครที่อยากเห็นรีฮานนาร้องเพลงในเรื่องนี้ก็อาจจะต้องผิดหวังนะครับ