Boys State (2020)

Boys State

Boys State (2020)

เชื่อว่าหลายคนยังพอจำได้ลางๆ ว่าตอนเด็กๆ โรงเรียนจะพาเราไปเข้าค่ายธรรมะ ซึ่งพระจะเปิดวิดีโอคนกำลังคลอดลูก พร้อมกับบิวด์ให้เราร้องไห้กันทั้งศาลา เพื่อให้นึกถึงบุญคุณของแม่ที่กว่าจะเบ่งเราออกมาได้นั้นเจ็บปวดทรมานขนาดไหน แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นตราบาปของคนยุคเราเมื่อโตขึ้นและอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราเกลียดการถูกบังคับ เกลียดศาสนา และการทวงบุญคุณ ทุกคนรู้มั้ยว่าโปรเจกต์ค่ายธรรมะนี้เริ่มขึ้นได้ยังไง มันเริ่มขึ้นหลังจากการรัฐประหารปี 2549 ที่นำโดยพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ โดยหวังว่าจะให้เยาวชนรักชาติ ศาสนามากขึ้น ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าก็เพราะว่าอยากจะเปรียบเทียบให้เห็นประเทศที่เจริญแล้วอย่าง อเมริกา ก็มีค่ายลักษณะนี้เช่นเดียวกันและจัดตั้งขึ้นโดยกองทัพทหารแต่เป้าหมายนั้นตรงกันข้ามกับไทย ใน หนังHD สารคดีเรื่อง “Boys State”

Boys State ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย อแมนดา แม็คเบน และ เจสซี่ มอสส์ เรื่องราวของโครงการบอยส์เตทที่จัดทำขึ้นโดยกองทัพสหรัฐเพื่อปลูกฝังให้เด็กวัยรุ่นรู้จักคำว่าประชาธิปไตยและเปิดพื้นที่ให้พวกเขาแสดงความเป็นผู้นำได้อย่างเต็มตัว 

Boys State

หนังเปิดด้วยประโยคที่ว่า “พรรคการเมืองมีแนวโน้มที่จะเป็นกลไกที่มีอำนาจ ซึ่งทำให้คนที่ฉลาดแกมโกง ทะเยอทะยานและไม่มีศีลธรรม เข้ามาล้มล้างอำนาจของประชาชนและเพื่อแย่งชิงการควบคุมรัฐเพื่อตัวพวกเขาเอง” คือคำพูดของจอร์จ วอร์ชิงตัน ปี 1796 ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1935 เป็นต้นมา อเมริกาลีเจียนได้สนับสนุนโครงการให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและหน้าที่พลเรือน ตลอดการทดลอง 1 สัปดาห์ในการปกครองตัวเอง มีโครงการแยกสำหรับเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง สารดคีเผยให้เห็นว่า วิลเลียม เจ คลินตัน หรือ บิล คลินตัน ประธานาธิบดีคนที่ 42 ของสหรัฐอเมริกาก็เคยเข้ามาร่วมโครงการครั้งนี้ด้วยในปี 1963 นอกจากนี้ยังมีคนดังอีกหลายๆ คนด้วย ที่อเมริกันลีเจียนในปัจจุบัน กำลังสัมภาษณ์เด็กวัยรุ่นผู้ชายเข้าโครงการนี้ในปีล่าสุด ในวันแรกค่ายได้มอบหมายให้เด็กๆ แบ่งเป็น 2 กลุ่มเพื่อแข่งขันพรรคการเมืองระหว่าง กลุ่มนิยมสหพันธรัฐและชาตินิยม แต่ละพรรคละเลือกหัวหน้าพรรคเอง สร้างนโยบายเอง และเสนอผู้สมัครเพื่อแข่งขันในการเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานสูงสุดคือผู้ว่าการรัฐ การจะลงสมัครได้ต้องไปล่าลายเซ็นมา 30 คนจากเพื่อนๆ โน้มน้าวให้เขายอมเซ็นให้ ส่วนถ้าใครชนะจะได้ไปอภิปรายหน้ารัฐสภาให้ประธานาธิบดีและนักการเมืองฟัง เมื่อเข้าสู่ช่วงปราศรัยต่อหน้าเพื่อนๆ เรอเน่ คือหนุ่มผิวสีที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยการเรียบเรียงคำพูดอย่างชาญฉลาดและนโยบายช่วยเหลือนักโทษที่เห็นภาพ และแน่นอนเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานของพรรคชาตินิยม 

Boys State

ขณะเดียวกัน เบน หนุ่มพิการที่กำลังมาแรงในพรรคสหพันธรัฐ เมื่อผ่านการปราศรัยเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานของพรรคแบบไม่ต้องแปลกใจ ในฝั่งชาตินิยมเริ่มโหวตนโยบายของพรรคกันแล้ว ซึ่งบางคนอาจจะยังทำเล่นๆ จนเรอเน่แสดงอาการหงุดหงิด ซึ่งนั่นส่งผลให้มีหนึ่งคนที่เสนอนโยบายถอดถอนชื่อของเขาออกจากการเป็นประธานพรรค มาถึงคิวเลือกผู้ว่าของพรรค สตีเว่น คือเด็กหนุ่มที่ไม่ได้มีเพื่อนฝูงมากนัก เขาใช้วิธีเดินไปหาใครสักคนแล้วให้ถามคำถามกับเขา คำตอบของสตีเว่นถูกใจหลายคนจนเขายอมมอบลายเซ็นให้กับสตีเว่น เมื่อถึงเวลาปราศรัย โรเบิร์ต คือหนึ่งในคู่แข่งที่น่ากลัวเพราะมีเขามีความสุดโต่ง เช่น ต่อต้านการทำแท้งหรือให้เท็กซัสแบ่งแยกดินแดน ส่วนสตีเว่นค่อนข้างจะหัวก้าวหน้าและมีนโยบายหาเสียงที่ตรงข้ามกับโรเบิร์ต ท้ายที่สุดสตีเว่นก็ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนลงแข่งผู้ว่าของพรรคชาตินิยม เขาและเรอเน่มีแนวคิดที่หัวสมัยใหม่ จึงเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่จะทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เป้าหมายต่อไป ทั้ง 2 พรรคจะต้องมาลงแข่งกันซึ่งแน่นอนว่าพรรคใดพรรคหนึ่งจะต้องโน้มน้าวสมาชิกอีกพรรคให้เลือกพวกเขา และหากชนะการเลือกตั้ง นโยบายต่างๆ ที่พวกเขาคิดกันในค่ายอาจจะเป็นรูปธรรมและเกิดขึ้นจริงๆ ในโลกภายนอก 

พอผมได้ดู หนังคมชัดHD เรื่องนี้แล้วรู้สึกเศร้า ขณะที่อเมริกามีค่ายปลูกฝังเรื่องประชาธิปไตย หันมาที่ไทย เด็กๆ มัธยมยังต้องถูกบังคับให้ไปค่ายปลูกฝังให้รักสถาบันอยู่เลย ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าหากเด็กๆ ในสารคดีมาอยู่ในไทย พวกเขาจะมีชะตากรรมยังไง ดีไม่ดีตอนนี้อาจจะกำลังอดอาหารในคุกเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่ก็ได้ คนดูอย่างเราก็ได้แต่นั่งตาละห้อยมองความเจริญและวิสัยทัศน์อนาคตของชาติในประเทศเขาเท่านั้น